ขุดเพรียงเลี้ยงคน เพิ่มเงิน สร้างงาน

จาก เวปไซต์สถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง กรมประมง


ขุดเพรียงเลี้ยงคน เพิ่มเงิน สร้างงาน
ที่จังหวัดตรัง และสตูล
โดย
จำนง ถีราวุฒิ และอนุพงษ์ มาลี

     ก่อนที่จะรู้ว่าไส้เดือนทะเลหรือแม่เพรียง เลี้ยงคนได้อย่างไร เชิญมารู้จักสักนิดก่อนครับว่าไส้เดือนทะเลมันคืออะไร
ไส้เดือน ทะเล Genus Perinereis มีลักษณะ 3 ตัว คือมี antenna 2 อัน, tentacular cirri 4 คู่, มี Conical and transverse bar paranaths บน maxillary และ oral ring. Parapodia เป็นแบบ biramous ยกเว้น 2 คู่แรก ที่เป็น uniramous ไส้เดือนทะเล (Sand worm) เป็นหนอนปล้องจำพวกโพลิคีต สืบพันธุ์โดยอาศัยเพศ มีลำตัวยาว มีระยางค์แบบไม่มีข้อต่อยื่นออกไปทางด้านข้างลำตัวเพื่อช่วยในการเคลื่อนที่ เมื่อน้ำทะเลขึ้นท่วมบริเวณที่อยู่อาศัย ไส้เดือนทะเลจะโผล่หัวขึ้นมาจากพื้นทรายเพื่อหาอาหารซึ่งอาหารของมันจะเป็น พวกไดอะตอม สาหร่ายสีน้ำตาล และซากอินทรีย์วัตถุต่าง ๆ ในช่วงชีวิตจะมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างลักษณะ 3 ครั้ง คือในช่วงวัยอ่อนครั้งหนึ่ง ในช่วงวัยก่อนเจริญพันธุ์ครั้งหนึ่ง และในช่วงผสมพันธุ์อีกครั้ง ช่วงก่อนวัยเจริญพันธุ์จะเป็นช่วงที่ยาวที่สุดในชีวิต มีรูปร่างลักษณะและอวัยวะต่าง ๆ ที่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิต และหาอาหารตามพื้นดิน เรียกระยะนี้ว่า atone เมื่อเริ่มเข้าวัยเจริญพันธุ์ขาที่ใช้สำหรับคืบคลานจะเปลี่ยนเป็นอวัยวะที่ ใช้ว่ายน้ำในขณะผสมพันธุ์ เรียกระยะนี้ว่า epitoky ซึ่งจะเป็นชีวิตช่วงสั้น ๆ ในเวลาเพียงไม่กี่วัน ไส้เดือนทะเลเจริญเติบโตขึ้นพร้อม ๆ กับการขุดรูมากมายในดิน นอกนี้มันยังทำการสร้างท่อดินเล็ก ๆ มากมาย ท่อ และรูเหล่านี้เป็นตัวนำน้ำและอาหารจากผิวดินลงไปในดิน ไส้เดือนทะเลสามารถพัฒนาตัวอ่อน ซึ่งเป็นแพลงก์ตอนขนาดเล็กมากจนกลายเป็นตัวเต็มวัยในระยะเพียง 20 - 25 วัน หลังจากนั้นมันเริ่มขยายพันธุ์ โดยการสร้างไข่ขึ้นมา ไข่ถูกผสมในท่อดิน จากนั้นตัวอ่อนจะหลุดออกจากตัวแม่ ในลักษณะของแพลงก์ตอนที่ว่ายน้ำได้ ตัวอ่อนเหล่านี้จะว่ายน้ำอยู่ประมาณ 6 ชม. จากนั้นจะฝังตัวลงดินและเจริญเป็นตัวเต็มวัยต่อไป ในระยะเวลา 60 วัน ไส้เดือนทะเลสามารถเพิ่มจำนวนและน้ำหนักได้ถึงประมาณ 200 เท่า


ศักยภาพในการนำไส้เดือนทะเลไปใช้ประโยชน์


     - ไส้เดือนทะเลในครอบครัวนี้จะสามารถใช้เป็นตัวย่อยสลายสารอินทรีย์ในดินที่ ใช้ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งโดยเฉพาะดินที่มีสารอินทรีย์สูง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


     - เป็นอาหารสัตว์น้ำมีชีวิตที่มีคุณภาพสูง สำหรับสัตว์หน้าดิน และที่สำคัญเป็นอาหารชั้นยอดของพ่อแม่พันธุ์กุ้ง
จาก คุณค่าและประโยชน์ที่สำคัญนี้เอง ทำให้เกิดเป็นอาชีพและช่องทางทำเงินอีกรูปแบบหนึ่งของชาวบ้านแถบจังหวัดสตูล บริเวณบ้านตูแตหรำ อ.ละงู และจังหวัดตรัง บริเวณบ้านท่าข้าม อ.ปะเหลียน สำหรับไส้เดือนทะเลหรือแม่เพรียงที่ชาวบ้านจับได้นั้นมีอยู่ 3 ชนิดคือ เพรียงทราย (พบมากบริเวณจังหวัดภูเก็ต) เพรียงโคลน และเพรียงเลือด เพรียงทรายมีลักษณะปากแดง ลำตัวแบน ยาว มีขนาดเล็ก เพรียงโคลน ปากดำ ลำตัวกลม ยาว เพรียงเลือด ปากแดง ลำตัวมีสีแดงเหมือนกับเลือดอยู่ในลำตัว ลำตัวมีลักษณะแบนและยาว ชนิดที่จับได้มากที่สุดคือเพรียงเลือด โดยชาวบ้านที่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพด้านการประมง และอาชีพการเกษตร เป็นอาชีพหลักแต่จะใช้เวลาว่างขุดเพรียงขายเป็นอาชีพเสริมอีกทางหนึ่ง ชาวบ้านจะนำเรือออกจับเพรียงเวลาประมาณ 6 - 7 โมงเช้า บริเวณที่เป็นลำคลองติดกับทะเล


      ลำคลองจะมีลักษณะเป็นป่าโกงกางมีน้ำทะเลท่วมถึงในช่วงน้ำขึ้น เมื่อถึงเป้าหมายชาวบ้านจะเดินหารูของเพรียงบริเวณป่าโกงกาง จุดสังเกตที่จะรู้ว่าเพรียงมีหรือไม่นั้น จะสังเกตได้จากบริเวณป่าโกงกางนั้นจะเป็นบริเวณร่องน้ำตื้น ๆ พื้นดินมีสภาพเป็นดินโคลนปนทราย ความเค็มของน้ำประมาณ 25 ppt. ถ้าโคลนมีลักษณะเป็นตมมากเกินไปเพรียงก็จะไม่อาศัย ในช่วงน้ำลงบริเวณร่องน้ำจะเป็นพื้นดินว่าง ระหว่างต้นโกงกาง จุดนี้เองที่เป็นที่อยู่ของเพรียง พื้นที่นี้จะมีลักษณะเป็นรูเล็ก ๆ และบริเวณปากรูจะมีมูลของ เพรียงเต็มไปหมด ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเพรียงเลือดส่วนอีกชนิดหนึ่งจะสร้างท่อดินเล็ก ๆ โผล่ขึ้นมาจากผิวดิน เรียกว่า เพรียงโคลน ซึ่งจะอยู่ปะปนอยู่กับเพรียงเลือด แต่จะมีจำนวนที่น้อยกว่า เมื่อแน่ใจว่าพื้นที่ที่พบมีเพรียงอยู่ ชาวบ้านก็จะทำการขุดโดยใช้จอบด้ามสั้น เพื่อความสะดวกในการขุด ขุดไปเรื่อย ๆ จนพบความลึกที่ขุดประมาณ 40 - 80 ซม. เวลาขุดเจอแล้วก็จะจับเพรียงใส่ถัง เวลาจับนั้นต้องค่อย ๆ ดึงออกจากรูเพื่อป้องกันเพรียงขาด


     ถ้าพื้นที่ที่ขุดเป็นพื้นที่กว้าง ก็จะสามารถขุดได้เป็นจำนวนมาก ส่วนบางพื้นที่เป็นพื้นที่ร่องน้ำเล็ก ๆ ก็จะขุดได้น้อย เช่นถ้าจุดที่พบมี พื้นที่การขุด 7 - 8 ตารางเมตร จะสามารถขุดเพรียงได้ 1.5 - 2 กก. ในกรณีที่จุดนั้นมีรู และมูลของไส้เดือนอยู่มาก ชาวบ้านจะใช้เวลาขุดประมาณ 4 - 6 ชั่วโมง ก่อนที่น้ำทะเลจะขึ้น คนหนึ่ง ๆ สามารถขุดเพรียงได้ 2 - 3 กก. ต่อวัน หลังจากขุดเพรียงเสร็จ ชาวบ้านจะนำเพรียงที่อยู่ในถังมาล้างน้ำและใส่น้ำในถังเพื่อป้องกันไม่ให้ เพรียงตาย เพรียงที่ขุดสามารถอยู่ในถังได้เกือบ 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องใส่น้ำ แต่เพรียงที่ขุดนั้นต้องอยู่ในที่ชื้นไม่ให้โดนแสงแดด จากนั้นชาวบ้านจะนำเพรียงที่ขุดได้ไปส่งให้กับพ่อค้าคนกลางที่รับซื้อเพรียง ในราคากิโลกรัมละ 200 บาท หลังจากที่พ่อค้าคนกลางรับซื้อแล้วนั้น ก็จะมารวบรวมเพรียงในกะละมังที่มีน้ำพร้อมกับออกซิเจนแล้วทำการล้างน้ำอีก ครั้งหนึ่งเพื่อให้คราบโคลนที่ติดอยู่ออกให้หมด น้ำที่ล้างและน้ำที่ใส่ในกะละมังต้องเป็นน้ำเค็มที่มีความเค็มใกล้เคียงกับ น้ำเค็มที่เพรียงอาศัยอยู่ถ้าเอาน้ำจืดมาล้างหรือใส่ในกะละมังจะทำให้เพรียง ตายได้ จากนั้นก็จะทำการชั่งและบรรจุใส่ถุง ถุงละ 1 กก. แล้วส่งให้ลูกค้าตามจำนวนที่สั่งในราคา กก.ละ 280 - 300 บาท ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นฟาร์มเพาะลูกกุ้ง เพราะเพรียงจะเป็นอาหารมีชีวิตที่มีคุณค่าทางอาหารสูงเหมาะสำหรับการนำไป เป็นอาหารของพ่อแม่พันธุ์กุ้ง ช่วยเร่งการผสมพันธุ์วางไข่ของกุ้ง และทำให้แม่กุ้งติดไข่เป็นจำนวนมาก ลูกกุ้งที่ได้จะแข็งแรงตามไปด้วย
     อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าอาชีพการขุดเพรียงจะเป็นอาชีพหนึ่งที่สร้างรายได้ให้ กับผู้ประกอบการได้ไม่น้อย สิ่งสำคัญที่อยากจะฝาก คือ ต้องคำนึงถึงสภาพแวดล้อมบริเวณป่าโกงกางด้วย นะครับ เพราะป่าคือชีวิต ขอให้ชีวิตของคนกับป่าอยู่ร่วมกันโดยไม่ทำลายหรือหลีกเลี่ยงการทำลายให้น้อย ที่สุดต้องระมัดระวังเวลาขุดเพรียงต้องไม่ให้รากหรือลำต้นของป่าโกงกางเสีย หาย เพื่อให้อาชีพการขุดเพรียงเป็นอาชีพที่ไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งใน ปัจจุบันและอนาคตต่อไป


     สำหรับการเพาะเลี้ยงไส้เดือนทะเลลักษณะเชิงการค้านั้น ในขณะนี้ ยังไม่มีการเพาะเลี้ยงอย่างกว้างขวาง เพราะการเพาะเลี้ยงไส้เดือนทะเล ค่อนข้างยากโดยเฉพาะไส้เดือนทะเลที่นิยมนำมาเป็นอาหารของแม่กุ้งในปัจจุบัน คือ เพรียงเลือด เพราะไส้เดือนทะเลชนิดนี้เป็นสัตว์ที่มีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวด ล้อมภายในบ่อเลี้ยงอย่างรวดเร็วจะทำให้ไส้เดือนทะเลเครียดและกัดกันเอง ทำให้เกิดบาดแผลติดเชื้อและตายในเวลาต่อมา ส่วนไส้เดือนทะเลที่สามารถเพาะพันธุ์ได้ไม่ยากและที่เพาะพันธุ์กันอยู่ขณะ นี้ส่วนใหญ่จะเป็นชนิดเพรียงทราย อย่างไรก็ตามจากความสำเร็จในการศึกษาวิจัย และทดลองเลี้ยงของสถาบัน ต่าง ๆ ที่ผ่านมา ถ้าหากว่าธุรกิจการเลี้ยงกุ้งยังไปได้ดี คิดว่าไส้เดือนทะเลจึงน่าจะเป็นสินค้าสัตว์น้ำที่เด่นอีกชนิดหนึ่งของคนไทย ในอนาคตอันใกล้นี้

ขอขอบคุณสำหรับผู้ที่ให้ข้อมูล และอำนวยความสะดวกในการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการขุดเพรียงในครั้งนี้ คือ
คุณสมพงษ์ วิฑูรชาตรี
55 ม.1 ต.ทุ่งยาว
อ.ปะเหลียน จ.ตรัง
โทร. 075 - 289195
และ
คุณวิไล สาหลัง
68 ม.12 ต.กำแพง
อ.ละงู จ.สตูล
โทร. 01 -5992810
ถ้าผู้อ่านท่านใดสนใจ หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมก็ สามารถติดต่อท่านได้ตามที่อยู่ดังกล่าว

1. สภาพพื้นที่ชาวบ้านไปขุดหาเพรียง
2. ลักษณะบริเวณรูที่เพรียงอาศัย
3. ลักษณะการขุดหาเพรียง
4. ลักษณะการดึงเพรียงออกจากรู
5. ชาวบ้านกำลังนำเพรียงที่ขุดได้มาขาย
6. กำลังชั่งเพรียงเพื่อส่งขาย

7. การนำเพรียงมาพักก่อนส่งจำหน่าย

8. ความแตกต่างของเพรียงโคลนกับเพรียงเลือด


แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะ สมาชิก เท่านั้น